Featured

เที่ยวกับทัวร์ดียังไง..

ทัวร์เวียดนาม
นั่นนะซิค่ะการเที่ยวกับทัวร์ทำให้ความอิสระสำหรับเพื่อการท่องเที่ยวของพวกเราหมดไปจริงรึเปล่า แต่ว่าก็นั่นแหละจ้ะ การเที่ยวกับทัวร์ก็ควรมีจุดเด่นอยู่ทำให้คนประเทศไทยก็เลยนิยมท่องเที่ยวกับทัวร์เพราะเหตุว่าไม่ต้องเตรียมอะไรมากมาย…เว้นแต่จัดแจงท่องเที่ยวสิ่งเดียวเลยจ้ะ
ทำให้การเที่ยวสมัยปัจจุบันง่ายดายมากยิ่งขึ้นเนื่องจากว่าไม่จำเป็นที่ต้องออกนอกบ้านสามารถหาข้อมูลของบริษัททัวร์จากทางหน้าอินเตอร์เนตได้เลยแม้กระนั้นจำเป็นต้องอาศัยสกิลการค้นข้อมูลแล้วก็เทียบบริษัทกันหน่อยเพราะปัจจุบันบริษัททัวร์มีมากมายเยอะมากนานัปการมาตราฐานจ้ะให้เลือกตามความถูกดวงใจกันเลยอยากได้แบบไหนก็คลิ๊กจองกล้วยๆได้เลยจ้ะ
ไม่ต้องคิดแผน จองปุบปับ ฝ่าปั๊บ !!
ขั้นตอนมันจะยากเพียงแค่ตอนหาข้อมูลของบริษัทจ้ะภายหลังจากได้บริษัทที่ประทับใจน่าไว้วางใจและจากนั้นก็สบายแล้ววจ้ะ ไม่ต้องทำอะไรล้นหลาม ปลดปล่อยให้บริษัททัวร์เค้าจัดแจงกันไปจ้ะ
จ่ายทีเดียวคุ้มงบประมาณไม่แย่ลงกว่าเดิม
เคยทราบคำนี้ไหมค่ะที่ว่า..”สูญเสียกันไปมากแค่ไหนกับทริปนี้หมดไม่เยอะแยะ” เกิดเรื่องจริงนะคะ เพราะว่าการจะท่องเที่ยวเองย่อมมีการเสี่ยงเสมอ และก็ที่จะตามมาเป็นงบประมาณแย่ลงกว่าเดิม บางทีก็อาจจะเสียค่าใช้จ่ายจุกๆจิกๆดีไม่ดีกลับมาจะต้องมานั่งจ่ายค่าบัตรเครดิตตามหลังอีก นับรวมๆแล้วบางทีอาจจะแพงกว่าที่คิดไว้แต่เดิมซะอีกจ้ะ…
มีไกด์เสนอแนะไม่ต้องกลัวหลง
หลงทาง..น่าจะเป็นเรื่องธรรมดาของการท่องเที่ยว จะแปลกอะไรด้วยเหตุว่าถ้าเกิดพวกเราเรียกว่า “อรรถรส” ของการท่องเที่ยว แม้กระนั้นมันจะห่วยแตกนะคะถ้าเกิดหลงจนกระทั่งเสียเวล่ำเวลาท่องเที่ยว อะไรที่คิดอะไรที่คาดหวังไว้มิได้ราวกับดวงใจเนื่องจากมัวแต่หลงทางเนี้ย บางเวลาก็ไม่คุ้มนะคะ เพราะว่าพวกเรามิได้มีเวลาว่างเพื่อไปหลงเป็นประจำจริงไหมขา อย่างต่ำๆไปกับทัวร์มีแผนสำหรับการที่กระจ่างแจ้ง มีการเตรียมพร้อมจากไกด์รอย้ำหัวข้อการเดินทางจุ ดพิจารณา เครื่องหมาย วิธีกาารจำทาง โอ๊ยเพียงเท่านี้ก็สบายแล้วจ้ะ
จบปัญหาเรื่องเวลา บริษัททัวร์กำหนดไว้แจ่มชัด
แน่ๆจ้ะการท่องจำโลกว้างเวิ้งสิ่งที่จำเป็นเกิดเรื่องความแตกต่างของเวลานี่แหละจ้ะ เป็นต้นว่า ตั้งอกตั้งใจอย่างท่องเที่ยวแต่ว่าดันดวงอาทิตย์ตกเร็วอีก หรือบางครั้งบางคราวมิได้คิดแผนท่องเที่ยวไว้บางที่สี่ทุ่มยังไม่มืดเลยนอนก็นอนมิได้เอายังไงล่ะคราวนี้..^^แถมยิ่งเรื่องฤดูนี่แหละสำคัญหากไปให้เหมาะสมถูกเวลาบางทีอาจจคุ้มกับการเดินทางคราวนี้มากยิ่งกว่าจริงไหมค่ะ ก็เแต่ละทริปของพวกเราบางคราวคิดเงินตลอดปีเลยกว่าจะได้ไป ยิ่งคิดยิ่งปวดศีรษะ พึ่งทัวร์ดีมากกว่า
ได้การทราบในแต่ละที่ที่พวกเราไป
ไปกับทัวร์สิ่งที่พวกเราควรมีได้กลับมาบ้าง มันก็คือเกล็ดวิชาความรู้นิดๆหน่อยๆตามสถานที่เที่ยวต่างๆแม้กระนั้นมิได้มีความหมายว่าท่องเที่ยวเองจะไม่ได้เรื่องทราบนะคะดีไม่ดีการที่พวกเราท่องเที่ยวเองแล้วก็รู้เรื่องทราบใหม่ๆมาจากคนภายในพื้นที่เนี้ยมั่นใจที่สุดจ้ะ หากหยุดปัญหาประเด็นการติดต่อออกไปนะคะ..^_^ “ก็พวกเราท่องโลกนี่ขาพวกเราจะต้องจำต้องทำความเข้าใจโลกบ้างจริงไหมค่ะ…”
หมดกังวลหัวข้อการติดต่อสื่อสาร เนื่องจากมีไกด์รอดูแล
แม้กระทั่งจะไปไหนก็ไม่กลัว เนื่องจากว่าพวกเรามีไกด์ ไม่ต้องมานั่งวุ่นวายประเด็นการติดต่อสื่อสารจะเอาอะไร จะรับประทานอะไร จะไปไหน ไกด์แค่นั้นที่ช่วยพวกเราได้ ^^
ไม่พลาดที่ที่ยวสุดได้รับความนิยม
บางครั้งการที่พวกเราท่องโลกพวกเราไม่รู้เรื่องหรอกว่าที่แหน่งใดเค้าได้รับความนิยมกัน (ประมานว่าไม่เคยรู้ชื่อสถานที่อะจ้ะ) เพียงแค่ต้องการไปไม่ต้องพอใจจ้ะให้ทัวร์ได้ปฏิบัติหน้าที่นี้ไป…ทัวร์นี่แหละจ้ะที่จะสามารถทำให้ฝันพวกเราเป็นจริง^^ ทำนองว่าต้องการไปที่แบบเสาสีแดงๆเยอะมากๆอะขา ทัวร์เค้าก็จะเพียงพอเอาภาพจินตนาการลางๆพวกนี้มาทำให้เป็นภาพที่กระจ่างขึ้นว่าเสาสีแดงๆเยอะมากๆนั้นเป็นไหน หรือแม้กระทั้งต้องการไปที่วังงามๆมีสะพานแดงๆอ่าจ้ะ จะไปถ่ายภาพงามๆฮิปๆ…เอะตรงไหนหนอ อันนี้ก็ทัวร์ช่วยได้เหมือนกันจ้ะ
ได้เพื่อนฝูงใหม่ในกลุ่มทัวร์
อันนี้สำคัญด้วยเหตุว่าขณะพวกเราท่องโลก เมื่อพวกเราเลือกการท่องเที่ยวเหมือนกันซึ่งก็นับได้ว่าความชื่นชอบอย่างต่ำๆของพวกเราควรจะมีตรงกันบ้าง ด้วยเหตุนั้นชอบคุยกันเข้าใจเป็นปกติจ้ะ นี่ก็เป็นอีกส่วนที่จะทำให้ทริปนั้นๆของพวกเราไม่เหงาหงอย ดีไม่ดีกลับมาจากทริปนั้นแล้วยังมีการสืบต่อความเกี่ยวเนื่องสำหรับการท่องเที่ยวครั้งต่อๆไปด้วย
Featured

ท่องเที่ยวเมียนมาร์กับทัวร์ สบายกว่าท่องเที่ยวเองอย่างไร…?

ทัวร์พม่า
ดำเนินการกันมาอ่อนแรงๆตลอดปี ทดลองหาวันว่างสักหน่อยหน่อย ท่องเที่ยวใกล้บ้านที่ประเทศพม่ากันมั้ยค่ะ? ปี 2018 นี้ เมียนมาร์เป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีนักท่องเที่ยวพอใจท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆกว่าทุกปี พูดได้ว่ามาแรงแซงทางโค้งมากยิ่งกว่าทัวร์ประเทศฮ่องกงและก็ประเทศสิงคโปร์กันอย่างยิ่งจริงๆล่ะจ้ะ ต้นสายปลายเหตุหนึ่งที่ทำให้ ทัวร์ประเทศพม่า ได้รับความพอใจรวมทั้งขายดิบขายดีก็คือ การไป ท่องเที่ยวประเทศพม่าด้วยตัวเอง ถือว่ายังเกิดเรื่องที่ไม่ค่อยสะดวกมากสักเท่าไรนัก หากคนใดกันไม่ใช่สายฝ่าหรือจัดเตรียมรับการเสี่ยงได้ทุกเหตุการณ์ ชี้แนะให้ ท่องเที่ยวประเทศพม่ากับทัวร์ คงจะตอบปัญหามากยิ่งกว่า ถ้าหากต้องการรู้ว่าท่องเที่ยวแบบซื้อ ทัวร์ประเทศพม่า สบายกว่าท่องเที่ยวเองยังไง มาดูกันจ้ะ
1.การขนส่ง
ในประเทศพม่า รถยนต์สาธารณะแต่ละเมืองยังมีน้อย ทำให้การต่อรถหรือขึ้นลงเวลาจะเดินทางไปยังที่เที่ยวต่างๆบางทีอาจจะไม่ค่อยสบายสักเท่าไหร่ ประกอบกับป้ายสำหรับบอกทางก็เป็นภาษาประเทศพม่าทั้งหมด ทำให้บางทีอาจจะจำเป็นต้องใช้เวลามากมาย แถมบางครั้งบางคราวบางทีอาจยังหลงทางแบบไม่คาดคิดอีกด้วย ด้วยเหตุดังกล่าวถ้าเกิดจะไป ท่องเที่ยวประเทศพม่าด้วยตัวเอง จะต้องทำการบ้านหนักพอควรเลยล่ะจ้ะ แต่ว่าถ้าเกิดไป ท่องเที่ยวประเทศพม่ากับทัวร์ ก็จะสะดวกมากมาย เนื่องจากมีรถยนต์รับส่งตลอดทริป ถ้าเกิดท่องเที่ยวสถานที่ต่างๆที่แต่ละจุดไกลห่างกัน ไปกับทัวร์จะคุ้มกว่ามากมายเลยจ้ะ
2.การติดต่อสื่อสารภาษาพูด
ท่องเที่ยวต่างถิ่น สิ่งนึงที่จำต้องพบเป็นขั้นแรกก็คือไม่เหมือนกันในเรื่องของภาษา ในเมืองปิ้งกุ้ง พวกเรายังเพียงพอติดต่อภาษาอังกฤษกับคนท้องถิ่นได้ตามธรรมดา เป็นต้นว่า การสั่งอาหาร หรือถามทาง แม้กระนั้นหากออกท่องเที่ยวชานเมืองปิ้งกุ้ง จะเจอผู้คนที่ติดต่อภาษาอังกฤษได้ลดลง ก็บางครั้งก็อาจจะจำต้องใช้หลายๆความสามารถเพื่อติดต่อกันให้รู้เรื่อง แม้กระนั้นถ้าหากไป ท่องเที่ยวกับทัวร์ ก็จะมีไกด์ หรือผู้นำทัวร์ ช่วยเสวนา หรือจัดแจงตลอดการเดินทางเลยจ้ะ
3.ห้องอาหาร
เรื่องชีวิตเป็นเรื่องจำเป็นเลยจ้ะ ท่องเที่ยวก็จำเป็นต้องได้ทดลองลองของกินของแคว้นนั้นๆด้วย หากท่องเที่ยวเองบางครั้งก็อาจจะตรากตรำหน่อยเวลาพบของกินที่ไม่คุ้นหน้าชินตา สั่งไปรวมทั้งจำเป็นต้องมาลุ้นอีกว่ามันเป็นยังไง กินได้มั้ย แม้กระนั้นถ้าเกิดท่องเที่ยวเมียนมาร์กับทัวร์ไม่ต้องลุ้นเรื่องของกิน ว่ารสจะอร่อยไหม สะอาดหรือไม่ เนื่องจากบริษัททัวร์จะเลือกสรรห้องอาหารที่ถูกสุขลักษณะ รสกับชาวไทย แถมไม่ต้องต่อคิวรอคอยของกินลงอีกด้วย
4.การไหว้พระขอพร สักการสิ่งศักดิ์สิทธิ์
เมียนมาร์ขึ้นชื่อลือชาในเรื่องของสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ต่างๆคนจำนวนไม่น้อยต้องการท่องเที่ยวแสวงบุญที่เมียนมาร์สักหนึ่งครั้งในชีวิต แต่ว่าถ้าเกิดท่องเที่ยวเอง ไปถึงสถานที่ทั้งทีถ้าหากไม่รู้เรื่องแนวทางการไหว้ที่ถูกก็น่าจะไปแบบมึนๆทำอะไรไม่ค่อยถูก แล้วหลังจากนั้นก็ไม่ทราบเช่นกันว่าที่ไหว้ไปแล้วเป็นแนวทางที่ถูกหรือเปล่า แต่ว่าถ้าเกิดท่องเที่ยวกับทัวร์ คุณจะได้รับบริการข้อเสนอจากไกด์ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญ รวมทั้งคำเสนอแนะหัวข้อการแต่งตัว การภาวนา ไหว้พระ ขอพร สักการสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ในแต่ละสถานที่ พร้อมคำพรรณนาที่จะทำให้ท่านรู้เรื่องประวัติความเป็นมาของสถานที่ศักดิ์สิทธิ์นั้นๆอย่างแม่นยำลึกซึ้ง
5.สบายมากมายเมื่อพาคุณพ่อและก็คุณแม่ท่องเที่ยว
ถ้าหากลูกๆคนไหนกัน อยากได้พาคุณพ่อและก็รวมทั้งคุณแม่ท่องเที่ยวประเทศพม่า ไหว้พระขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แนวทางในการเลือกซื้อ ทัวร์ประเทศพม่า ท่องเที่ยวนั้นจะเหมาะสมอย่างยิ่งที่สุดเลยจ้ะ เพราะเหตุว่าคุณจะได้ในเรื่องของความปลอดภัย ความสบายสบายสำหรับในการเดินทาง ของกินต่างๆรวมทั้งที่พักแบบนอนสบาย แถมยังไม่ต้องถือกระเป๋าสัมภาระเองให้เหน็ดเหนื่อยอีกด้วย
6.ไม่ต้องลุ้นเรื่องที่พัก
ถ้าเกิดไป ท่องเที่ยวเมียนมาร์ด้วยตัวเอง เวลาจองห้องพักไปแล้ว เพียงพอไปถึงที่พักคุณอาจต้องลุ้นว่าที่พักจะดีเลิศดังที่อ่าน Review มาหรือเปล่า แม้กระนั้นหากซื้อ ทัวร์เมียนมาร์ โดยมากในโปรแกรมจะจัดที่พักอย่างยอดเยี่ยม เป็นโฮเต็ลระดับ 4-5 ดาว รับประกันว่าสะอาดและก็ไม่เป็นอันตราย พักได้สุขใจ ไม่ต้องลุ้นแน่ๆจ้ะ
วิธีการสำหรับเลือกซื้อ ทัวร์เมียนมาร์ ก็เป็นอีกหนึ่งลู่ทางสำหรับผู้ที่ไม่ค่อยมีเวลาสำหรับเพื่อการคิดแผนหรือเรียนรู้หาข้อมูลท่องเที่ยวด้วยตัวเอง ทั้งยังถ้าว่าทริปนี้มีคุณพ่อกับคุณแม่หรือคนวัยชราร่วมทริปด้วย การไป ท่องเที่ยวเมียนมาร์กับทัวร์ ก็ดูเหมือนจะสมควรและก็คุ้มมากยิ่งกว่าท่องเที่ยวเองแน่นอนจ้ะ ส่วนคนไหนกันเป็นสายฝ่า จะท่องเที่ยวด้วยตัวเองกับแฟนหรือเพื่อนฝูงๆก็คงจะได้ประสบการณ์ที่สนุกสนานแปลกใหม่ไปอีกในลัษณะหนึ่ง อย่างไรก็ทดลองเลือกการเที่ยวที่เหมาะสมกับตนเองมองนะคะ
Featured

เกาะเจจู (Jeju Island) เกาะที่ความโรแมนติก

ทัวร์เกาหลี
ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเมืองที่มรดกโลกแม้ยังจำไม่ได้ท่องเที่ยวไหนดีพวกเรามีสถานที่เที่ยวเกาะเชจูหรือเจจู(Jeju)เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุด แล้วก็เป็นเมืองทางด้านใตนในเขตของประเทศเกาหลีใต้ เกาะที่นี้เป็นสถานที่สำหรับท่องเที่ยวรวมทั้งเมืองฮันนีมูนที่ได้รับความนิยมเนื่องจากว่ามีอากาศกำลังสบายทั้งปีเป็นไม่หนาวเหน็บในช่วงฤดูหนาวตัวอย่างเช่นเมืองอื่นของเกาหลีใต้ และไม่ร้อนมากในฤดูร้อน อุณหภูมิเฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ราว 15 องศา และก็ในฤดูร้อนอยู่ที่ 22-26 องศา นอกจากนี้เกาะเชจูยังเป็นเขตมรดกโลก เนื่องจากเป็นเกาะที่เกิดขึ้นมาจากการปะทุของปล่องภูเขาไฟ มีธรรมชาติงดงาม มีน่าพิศวงถ้ำลาวา รวมทั้งสถานที่เที่ยวอีกทั้งทางธรรมชาติแล้วก็วัฒนธรรมอีกเยอะมากหลายที่ รวมทั้งที่สถานที่แรกที่ผมจะพาท่านไปพบเป็น
1. ศูนย์การแสดงสัตว์น้ำ (Hanwha Aqua Planet Jeju) เป็นพิพิธภัณฑสถานที่ใหญ่ที่สุดในทวีปเอเชีย เป็นสถานที่แห่งหนึ่งที่ทัวร์ประเทศเกาหลีจำต้องมาเยี่ยม เป็นศูนย์การศึกษาทางทะเลเกี่ยวกับธรรมชาติและก็สิ่งมีชีวิตใต้สมุทรที่จัดโชว์ไว้ให้ดูอย่างงดงาม มีการจัดแจงแสดงของสัตว์น้ำให้ดูอีกด้วย นอกจากนั้น ยังมีอุโมงค์ใต้น้ำให้คุณได้เดินดูการใช้ชีวิตของสัตว์น้ำใน่ระดับน้ำลึกโดยประมาณ 80 เมตร เปรียบเสมือนท่านไปอยู่ใต้น้ำเอง ยืนยันว่าตื่นตาตื่นใจอย่างแน่แท้
2. ทัวร์เรือดำน้ำซกวิโพ (Seogwipo Submarine) เป็นกิจกรรมหนึ่งของเกาะเชจู ที่พานักท่องเที่ยวทัวร์ประเทศเกาหลีมุดน้ำเพื่อตรวจโลกใต้สมุทรที่เต็มไปด้วยสัตว์น้ำหลายประเภท หรือท่านที่ไม่สบายที่จะลงไปมุดน้ำ ก็สามารถทัวร์เรือดำน้ำซอกวิโพ ซึมซับมารีน ที่พาท่านตรวจโลกใต้น้ำอย่างสนุก ท่านจะได้มองเห็นความสวยของเกาะเชจูใต้น้ำ นอกเหนือจากการที่จะมีปลานานาประการสายพันธุ์แล้ว ยังมีต้นปะการัง และก็ซากเรือที่จมอยู่ใต้น้ำด้วย
3. หมู่บ้านวัฒนธรรมซองอับ (Seongeup Folk Village) เป็นหมู่บ้านที่สร้างด้วยหินหลังคามุงด้วยฟาง ล้อมรั้วด้วยแนวกำแพงหินแบบโบราณ เป็นลักษณะที่เป็นเอกลักษณ์ของเกาะเชจู ท่านจะได้ดูวิถีชีวิตของคนพื้นเมืองอย่างแท้จริง
4. พิพิธภัณฑสถานชาโอซุลลิค (O’Sulloc Green Tea Farm and Museum) เป็นสถานที่จัดโชว์ประวัติความเป็นมาของการปลูกชาเขียวประสิทธิภาพสูง ท่ามกลางทิวภาพอันงามของไร่ชา มีการแสดงอุปกรณ์วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับการชงชา ถ้วยชา และก็ยังมีชาให้นักเดินทางทัวร์ประเทศเกาหลีได้ทดลองลอง มีร้านขายของฝากที่ทำมาจากชา ดังเช่นว่า ชาผง ชาแต่งรสสำเร็จรูป แล้วก็สมุนไพรต่างๆ
5. น้ำตกชอนจิยอน (Cheonjeyeon Falls) เป็นน้ำตกที่ไหลลงมาเป็นสายยาวจากผาในป่าลงสู่แอ่งน้ำระดับล่างอย่างงดงามทำให้นักเดินทางทัวร์ประเทศเกาหลีอดไม่ได้ที่จะเดินเข้าไปในป่าธรรมชาติที่สมบูรณ์บริบูรณ์เพื่อสัมผัสกับสายน้ำที่ใสเย็นแล้วก็งามที่นี้
6. อุทยานแห่งชาติเทือกเขาฮัลลาซาน (Hallasan National Park) เป็นเทือกเขาที่สูงที่สุดในประเทศประเทศเกาหลีใต้ มีความสูงถึง 1,950 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล เป็นสถานที่เที่ยวที่งดงามทางธรรมชาติที่ติดอันดับที่ 182 ของประเทศเกาหลี แล้วก็ยังเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติอีกด้วย
7. พระราชวังแก้ว (Glass Castle) เป็นพระราชวังที่สร้างด้วยแก้วหลายประเภท มีการตกแต่งรวมทั้งแสดงแก้วในแบบต่างๆอีกทั้งในร่มแล้วก็ที่โล่งแจ้ง แช่น สะพานแก้ว น้ำตกแก้ว เขาวงกต แล้วก็ปะว่ากล่าวมากมายรรมจากแก้วอีกเพียบเลย
8. หินปู่ หรือ โทลฮารูบัง (Dol Harubang) เป็นเครื่องหมายของเกาะเชจู ที่มีความเชื่อกันว่าจะรอปกป้องรักษาคุ้มครองปกป้องให้ให้รอดอันตรายจากภูตผีปีศาจ
9. สวนเชจู เลิฟแลนด์ (Jeju Love Land) เป็นสวนสาธารณะให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องเพศศึกษาโดยผ่านงานศิลปะที่ใช้ความสร้างสรรค์ออกมาได้อย่างงดงาม แบ่งเป็น 2 ส่วนเป็น ส่วนที่อยู่ที่โล่งแจ้งแล้วก็ส่วนที่อยู่ในร่ม มีการจัดแจงแสดงรูปปั้นปะตำหนิมากมายรรมแสดงการร่วมเพศของคนเราและก็เรื่องราวความรักมากยิ่งกว่า 140 ชิ้น เป็นสถานที่เที่ยวสำหรับคนแก่หวานใจในงานศิลปะ

5 สถานที่เที่ยวในประเทศเกาหลีใต้ ที่คุณห้ามพลาดเด็ดขาด อัพเดท 2018

เกาหลีใต้เป็นอีกหนึ่งประเทศที่ชาวไทยนิยมเดินทางไปท่องเที่ยว เนื่องมาจากใช้เวลาเดินทางไม่นานแค่เพียง 5-6 ชั่วโมงก็ถึงแล้ว และก็ยังเป็นประเทศไม่ต้องขอวีซ่าท่องเที่ยวอีกด้วย หากจะเอ๋ยถึงสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศเกาหลีนั้นจริงๆแล้วมีมากหลายแห่ง ดังนั้นใครกำลังแพลุกลี้ลุกลนท่องเที่ยวหรือกำลังตกลงใจว่าจะไปเที่ยวประเทศไหนดี ทดลองตามมาดู 15 สถานที่ท่องเที่ยวห้ามพลาดในเกาหลี แล้วจะต้องอยากไปเที่ยวแน่ๆ

1. พระราชสำนักเคียงบกกุง Gyeongbokgung Palace
พระราชสำนักเคียงบกกุง (Gyeongbokgung Palace) หรือเรียกอีกแบบหนึ่งว่า “พระราชสำนักคยองบกกุง” เป็นทั้งยังสัญญลักษณ์แล้วก็สถานที่สำหรับท่องเที่ยวยอดฮิตของกรุงโซล วังที่มีขนาดใหญ่และดั้งเดิมที่สุดในกรุงโซล ผลิตขึ้นในปี 1394 ในยุคพระผู้เป็นเจ้าแทโจ วงศ์สกุลโชชอน แต่ก่อนนั้นข้างในวังมีตึกและพระราชวังต่างๆมากยิ่งกว่า 200 หลัง แต่ว่าเมื่อมีการรุกรานของญี่ปุ่น อาคารส่วนมากก็ได้ถูกทำลายลงเหลืออยู่เพียงแต่ 10 ข้างหลังแค่นั้น

2. เกาะนามิ สุดโรแมนตำหนิค Namiseom Island
เกาะนามิเป็นผลมาจากผลของการกั้นน้ำเพื่อสร้างเขื่อน มีพื้นที่ราวๆ 270 ไร่ มีลักษณะเป็นรูปพระจันทร์ครึ่งเสี้ยว บนเกาะนี้โด่งดังในหมู่คนประเทศเกาหลีมานานเพราะเหตุว่ามีธรรมชาติที่สวยงามยังมีสัตว์เล็กๆอาศัยอยู่ตามธรรมชาติอาทิเช่น กระรอก กระแต นก หงส์ ห่าน รวมถึงนกกระจอกเทศด้วย รวมทั้งตรงนี้จะนำสายไฟลงใต้ดินทั้งหมด เพียงแค่รักษาความเป็นธรรมชาติเอาไว้ โดยช่วงเวลาที่มีนักท่องเที่ยวมาเยอะที่สุดจะเป็นตอนฤดูใบไม้ร่วง เนื่องจากว่าต้นไม้มากมายก่ายกองตรงนี้จะเปลี่ยนสีเหลือง สีแดง สีส้ม โดยยิ่งไปกว่านั้นทางเดินใต้ต้นแปะก๊วยที่จะแปลงใบเป็นสีเหลืองสดงดงามมาก แต่ว่าที่นี่คนจะเยอะแยะตลอดทุกฤดู

3. ทางรถไฟดอกซากุระคยองฮวา – Gyeonghwa Station
ทางรถไฟดอกซากุระคยองฮวา – Gyeonghwa Station เป็นเยี่ยมในจุดชมซากุระที่สวยอันดับที่หนึ่งของเกาหลีเลยก็ว่าได้ โดยสามารถแลเห็นรถไฟที่วิ่งมาหยุดที่สถานีพร้อมด้วยวิวอุโมงค์ดอกซากุระที่เรียงรายกันอยู่เต็มทั้งสองข้างทางในช่วงราวต้นเดือนม.ย. สถานีรถไฟคยองฮวาที่นี้เป็นสถานีเล็กๆที่อยู่ที่เมืองจินแฮ (Jinhae) จังหวัดเคียงซังนัมโด (Gyeongsangnam-do) ได้มีการยกเลิกการใช้งานไปแล้วตั้งแต่ปี 2015 แม้กระนั้นจะเปิดให้รถไฟวิ่งเฉพาะในตอนเทศกาล Jinhae Gunhangje Festival ซึ่งเป็นเทศกาลดูดอกซากุระที่จัดเป็นอย่างมากใหญ่ของเมืองจินแฮ แม้กระนั้นรถไฟนั้นจะมิได้มาจอดที่สถานี เพียงแค่ใช้เป็นทางผ่านไปยังสถานีอื่นๆ

4. อุโมงค์ซากุระ ลำคลองยอชวาชอน – Yeojwacheon Stream
อุโมงค์ซากุระ คลองยอชวาชอน – Yeojwacheon Stream เป็นหนึ่งในจุดที่มีชื่อเยอะที่สุดสำหรับการดูดอกซากะของเมืองจินแฮ เริ่มมีชื่อเสียงกันหลังจากซีรีย์เรื่อง Romance ถ่ายทอดเมื่อปี 2002 ซึ่งใช้ลำคลองที่นี้เป็นฉากในการถ่ายทำ เลื่องลือกระทั่งมีชื่อเรียกสะพานที่ใช้ข้ามลำคลองตามชื่อซีรีย์ซึ่งก็คือ Ramance Bridge

ในทุกๆม.ย.ของทุกปีซึ่งเป็นช่วงๆที่มีเทศกาลดูดอกซากุระ ที่ลำคลองที่นี้จะเต็มไปด้วยนักเดินทางที่เดินทางมาชมความสวยของดอกซากุระ สามารถเดินเล่นได้ทั้งด้านบนสะพานแล้วก็ด้านล่างซึ่งจะมีทางเท้ายาวตลอดแนวเรียบไปกับคลองน้ำ และยังมีดอกเรปซีดเผือดซึ่งเป็นดอกไม้ต้นเล็กมีดอกสีเหลืองบานพร้อมกันซากุระอีกด้วย แต่ละปีก็จะมีการแต่งแต้มตกแต่งบริเวณลำคลองในตอนที่จัดงานเทศกาล ไม่ว่าจะเป็นการนำร่มที่สีสันสดใสมาห้อยไว้หรือจะเป็นโคมรูปหัวใจน่ารักๆและก็ในตอนช่วงเวลาค่ำคืนก็จะเปิดไฟแต่งแต้มสวยสดงดงามมากมาย

5. เขตช้อปปิ้งเมียงป่า หรือ มยองป่าดง
ย่านช้อปปิ้งเมียงมองดง หรือ มยองดง (Myeong-dong) ตั้งอยู่แกนกลางกรุงโซล เป็นย่านช้อปปิ้งที่ฮิตและก็คักคักที่สุดของกรุงโซล ยั่วยวนใจนักท่องเที่ยวได้มากกว่า 1 ล้านคนต่อวัน ทั้งยังยังสามารถเดินทางได้สะดวก นับว่าเป็นศูนย์กลางของการบ้านการเมือง เศรษฐกิจ แล้วก็วัฒนธรรมเลยทีเดียว ข้างในตลาดเมียงมองป่าเต็มไปด้วยร้าน และห้องอาหารนับไม่ถ้วน เป็นเลิศในสถานที่ยอดฮิตของนักท่องเที่ยวรวมทั้งนักช้อป

ห้าง
ห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่ที่สุด ได้แก่ ห้างลอตเต้(Lotte) กับห้างเคยชินเซแก(Shinsegae) ส่วนร้านอื่นๆก็ตั้งอยู่ทุกซอกมุม รวมทั้งร้านค้าเคลื่อนที่ริมถนนที่ขายเสื้อผ้า เครื่องประดับ เครื่องแต่งหน้า ผลิตภัณฑ์อื่นๆในราคาถูก และก็ของหวานแสนอร่อย โดยเถ้าแก่โดยมากสามารถพูดภาษาอังกฤษ ประเทศญี่ปุ่น จีน และไทยได้

เป็นยังไงบ้าง 5 สถานที่เด็ดไหม สามารถติดตามดูการจัดสถานที่เที่ยวในเกาหลีใต้ ซึ่งมีอีกเยอะมากจริงๆประเทศนี้ท่องเที่ยวอย่างไรก็ไปไม่หมดกล้วยๆหวังว่าเพื่อนฝูงๆอาจถูกใจ แล้วก็ติดตามบทความของพวกเรา ผู้ใดชอบใจกรุณาแชร์ให้เพื่อนฝูงๆได้อ่านกันด้วยนะ แล้วเจอกันตอนใหม่

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : ทัวร์เกาหลี

5 สถานที่เที่ยวในประเทศเมียนมาร์ที่คุณจำต้องไป ไม่ใช่แค่การไปไหว้พระ อัพเดท 2018

แม้เอ๋ยถึง ประเทศพม่า เพื่อนบ้านที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากเมืองไทย โดยมากผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยมักรำลึกถึงการไปไหว้พระเท่านั้น แม้กระนั้นความจริงพม่า ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจหลายสไตล์ ที่มีคุณค่าแก่การไปสัมผัสสักหนึ่งครั้ง วันนี้เรารวบรวม 5 สถานที่เที่ยวพม่า นอกเหนือจากการไหว้พระ มาให้ทุกคนรู้จัก จะมีที่ใดบ้างนั้น มาดูกันเลย

1. เมืองพูกาม สมุทรเจดีย์และก็วิถีชีวิตแบบพม่าๆ
นับว่าเป็นโชคดีของชาวประเทศพม่า ที่พุทธเจริญถึงขีดสุดเช่นเดียวกันขณะนั้น ทำให้พระผู้เป็นเจ้าอโนรธามังช่อรับเอาศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ ท่านสร้างเจดีย์แห่งแรกขึ้น ชื่อ “เจดีย์ชเวซีโกน” แล้วต่อจากนั้นกษัตริย์รุ่นต่อๆมา รวมถึงข้าราชการชั้นผู้ใหญ่และก็ผู้มีอันจะกินทั้งหลายในประเทศพม่าก็ระดมสร้างวัด สร้างเจดีย์กันเต็มพื้นที่ไปหมด คงเพราะความศรัทธาที่ว่า ยิ่งเล่นใหญ่ เอ๊ย!! ยิ่งสร้างวัดใหญ่โตเพียงใด ยิ่งได้บุญกุศลบารมีมากมายเท่านั้น

อาณาจักรพุกามเคยก้าวหน้าขนาดไหนพวกเราอาจไม่ต้องบรรยาย ด้วยเหตุว่าเกือบจะ 1,000 ปีที่ผ่านมาทั้งหมดทุกอย่างได้พิสูจน์ตนเองไปเป็นระเบียบเรียบร้อยแล้ว ตัวเราต่างหากที่ต้องมาพิสูจน์ความโหฬารนั้นด้วยตาของพวกเราเอง จากเจดีย์กว่า 4,446 องค์ วันนี้เหลือเพียงแค่ 2,200 กว่าองค์ ไม่รีบมาดูซะวันนี้ก็ไม่ทราบว่าอีกหน่อยจะเหลือให้ดูแค่ไหน

2. ตะลุยสวนน้ำ Yangon Water Boom
ถ้าโลกนี้มันร้อนนัก ก็ไปพักเล่นน้ำกันที่สวนน้ำ Yangon Water Boom กันเลยดีกว่า! สถานที่เที่ยวในเมียนมาร์ อีกแห่งที่ต้องการเชื้อเชิญคุณมาคลายร้อน โดยสวนน้ำ Yangon Water Boom ถือเป็นสวนน้ำแห่งแรกของเมียนมาร์ ตั้งอยู่ในเมืองปิ้งกุ้ง ตรงนี้คุณจะได้พบกับสไลด์เดอร์สุดแจ๋วสุดยอด “Free Fall Slides” หวาดเสียวกับสไลด์เดอร์ที่มีความสูงถึง 15 เมตร! ให้คุณไหลลื่นลงมาด้วยความเร็วกว่า 70 กิโล/ชั่วโมง เรียกว่าเสียวกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว หรือจะเป็น “Python” ให้ท่านและก็สหายๆนั่งสไลด์เดอร์ไปสนุกสนานด้วยกัน ผ่านท่อสีเขียวที่คดไปคดมา ยาวกว่า 60 เมตร! นอกจากนั้นยังมีโซนสำหรับหนูน้อยอย่าง “Kiddy pool” สนามเด็กเล่นที่ให้น้องๆได้ชุ่มฉ่ำกับสายน้ำเย็น พร้อมบริการเครื่องมือและอุปกรณ์สำหรับช่วยในด้านสำหรับอำนวยความสะดวกทั้งยังล็อกเกอร์ บังกะโล ซาลอน ร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก อย่างครบครัน หนีร้อนไปสนุกสนานกับสวนน้ำในปิ้งกุ้งกันเลยดีกว่า

3. ท่องเที่ยวสะพานอูเบ็ง สะพานไม้ที่ยาวที่สุดในโลก!
สะพานไม้เก่าแก่ ที่แก่กว่า 200 ปี ทอดยาวด้วยความยาว 1,200 เมตร ที่มีประวัติศาสตร์มายาวนาน สร้างด้วยไม้จำนวนพันกว่าต้น เราสามารถเดินดูสะพานไม้ไปเรื่อยได้ และก็ยิ่งในช่วงเวลาที่พระอาทิตย์กำลังจะตกลงน้ำ(ดิน) บรรยากาศบริเวณรอบๆสะพาน จะเห็นได้ว่าแสงพระอาทิตย์แวววาวกับสายน้ำ นอกเหนือจากที่จะได้ดูความงดงามของดวงอาทิตย์ขึ้นและตกแล้ว ยังได้เห็นวิถีชีวิตของคนเมียนมาด้วย เป็นประสบการณ์ที่สุดติดตราตรึงใจกันอย่างยิ่งจริงๆ

ของร้านค้าขายน้ำดื่ม ขายอาหารบนเกาะ ชมดวงอาทิตย์ตกในทะเลสาบ แถมมีปลาแล้วก็กุ้งสดๆจากทะเลสาบ ให้ได้ชิมรส นั่งพักผ่อนสบายๆแล้วรอคอยชมพระอาทิตย์ตกได้อีกด้วย แนวทางท้ายที่สุดเป็นวิธีที่เสียตังน้อยที่สุด คือ สามารถยืนดูทิวทัศน์บนสะพานได้เลย ได้สัมผัสบรรยากาศไปอีกคนละแบบแรง

4. ทะเลสาบอินเล ทะเลสาบน้ำจืด และวิถีชีวิตคนอินเล
ทะเลสาบอินเล ตั้งอยู่ตรงกลางประเทศพม่าเลยก็ว่าได้ ทะเลสาบอินเลอยู่ในเมือง Nyaung Shwe เมืองเล็กๆที่ชาวบ้านดำรงชีวิตท่ามกลางทะลสาบ .. หื้มมม? เป็นประชาชนเค้าสร้างบ้านรวมทั้งพักอาศัยกันในทะเลสาบเลยเอ็งรเอ้ยยย ต่อไปนี้เนี่ย แน่ๆการดำรงชีพแล้วก็การเพาะปลูกหรือทำการเกษตรของเค้าต้องเกี่ยวกับทางทะเล ดังเช่นว่า การปลูกมะเขือเทศบนสวนลอยน้ำ การสร้างบ้านแบบเสาค้ำกึ่งกลางน้ำ รวมถึงยานพาหนะต้องอย่างเรือ ที่แน่ๆมีหยุดอยู่ทุกบ้าน แล้วที่สุดของทะเลสาบอินเลเป็นพรสวรรค์ของชาวอินค้างเนี่ยแหละ การนำยเรือด้วยเท้าด้านเดียวในการเดินทางรวมถึงจับสัตว์ในน้ำที่ไม่เหมือนใครในโลก ดังมากเว้ย ดังกระทั่งตรงนี้เป็นอีกจุดมุ่งหมายนึงที่นักเดินทางจำเป็นต้องมาดูเลยแหละ รู้อย่างงี้แล้วตามไปเลยสิจ้าา

5. สัมผัสเกาะหัวใจมรกต แห่งทะเลเมียนมาร์.
เกาะค๊อกคอม เกาะหัวใจมรกต (Cocks Comb) เป็นเกาะที่อยู่ในทะเลอันดามัน ซึ่งอยู่ห่างจากริมฝั่งจังหวัดระนองเพียงแค่ราวๆ 81.2 กม.แค่นั้น เกาะที่นี้มีลักษณะเป็นเกาะหินปูน ไม่มีริมหาด มีช่องว่างอยู่กลางเกาะ คล้ายกับปากปล่องภูเขาไฟ มีช่องเล็กๆให้น้ำทะเลเข้าไปได้ ถ้าหากมองดูจากมุมสูงจะมีความคิดเห็นว่าช่องกึ่งกลางนี้มีรูปร่างคล้ายกับรูปหัวใจ เมื่อมีน้ำทะเลสีฟ้าอมเขียวใสแจ๋วเข้าไปในนั้น รวมกับบริเวณรอบปากปล่องมีต้นไม้สีเขียวชอุ่ม ทำให้รูปร่างหัวใจนี้มองเห็นแจ้งชัด จนได้รับการตั้งชื่อจากคนประเทศไทยว่าเป็น “เกาะหัวใจมรกต” ซึ่งชาวต่างประเทศจะรู้จักกันในนาม “Hidden Lagoon”

มองเห็นไหมล่ะว่า การไปท่องเที่ยวเมียนมาร์ ก็มิได้มีแต่การไปไหว้พระ หรือ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์อย่างเดียวแค่นั้น เมียนมาร์ยังมีแหล่งธรรมชาติสวยๆอีกเยอะแยะ โดนใจคนชอบท่องเที่ยวชิลล์ๆสไตล์สโลว์ไลฟ์ แม้มีโอกาสทดลองไปเปิดมุมมองใหม่ให้การท่องเที่ยวเมียนมาร์กว้างขึ้นกว่าเดิม

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : ทัวร์พม่า

5 สุดยอดสถานที่เที่ยวในเวียดนามที่คุณจะต้องไป อัพเดท 2018

เมื่อพูดถึงเวียดนามใครๆก็ชอบคิดถึง โฮจิมินห์ เมืองหลวงทางตอนใต้ แต่ว่ารู้ไหมมีสถานที่เที่ยวใหม่ๆน่าสนใจอีกเยอะแยะในเวียดนามที่ขณะนี้กำลังเป็นกระแสอย่างมากๆที่คุณไปเวียดนามจำเป็นต้องไม่พลาด พวกเรามาอัพเดทกันวันเที่ยวเวียดนามทั้งทีจำต้องสุดๆ5 สถานที่ที่แห่งไหนกันบ้าง เริ่มกันเลย

1. เที่ยวบาน่าฮิลล์ ดานัง (Bana Hill, Danang)
บานาฮิลล์ เป็น โรงแรม บนยอดเขา อยู่ห่างจากเมืองดานังโดยประมาณ 40 กิโล ใช้เวลาเดินทางราวๆ 40-50 นาที ส่วนประวัติความเป็นมา ภูเขาบานา เคยเป็นสถานที่สำหรับท่องเที่ยวพักผ่อนมาตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 โดยด้านบนเป็นบ้านพักและก็โรงแรมของชาวประเทศฝรั่งเศสยุคเป็นเจ้าอาณานิคมตั้งแต่ปี 1919 ข้างหลังการสู้รบชาวฝรั่งเศสปราชัยกลับประเทศไป บานาฮิลล์ถูกทิ้งร้างอยู่หลายปี จนถึงถูกกลับมาบูรณะเป็นเมืองท่องเที่ยวอีกครั้งในปี 2009 ซึ่งมีการสร้างตะกร้าลอยฟ้า 5,801 เมตร ที่ใช้เวลาถึง 50 นาทีในการนั่งตะกร้าจากด้านล่างขึ้นไปข้างบน ค่าครองชีพสำหรับเพื่อการก่อสร้างเคเบิลคาร์ทีแรกๆมีมูลค่า 17.2 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และก็ช่วงที่สร้างต่อเพิ่มไปถึงยอดเขา มีมูลค่า 5.7 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

ดังนี้ บานาฮิลล์ ถูกทำขึ้นตามมาตรฐานยุโรปโดยบริษัทที่เป็นที่รู้จักจากออสเตรเลีย วัสดุรวมทั้งเครื่องจักรนำเข้าจากยุโรป ตลอดเส้นทางประกอบไปด้วยเสา 24 ต้น มีทั้งหมด 94 เคบิน ตะกร้ามีทั้งแบบเปิดโล่งเตียนโอเพ่นแอร์กับแบบห้องกระจก แต่ละเคบินบรรทุกผู้โดยสารได้ 10 คน ข้างในหนึ่งชั่วโมงสามารถรองรับผู้โดยสารได้ถึง 1,500 คน

2.เที่ยวถ้ำฟองญา (Phong Nha Caves)
เวียดนาม เป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าดึงดูดที่มีนานัปการ ไม่ว่าจะเป็นสถานที่เที่ยวที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ และก็ยังรวมทั้งสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีความสวยสดงดงามและน่ามาเยือนมากมายแห่งหนึ่งของโลก และวันนี้พวกเราจะขอเสนอแนะสถานที่ท่องเที่ยวที่มีทั้งความสวยงาม และความซาบซึ้ง

โดยสถานที่เที่ยวที่โด่งดังของอุทยานแห่งชาติฟองญา-แก๋บ่างหมายถึงถ้ำฟองญา (Phong Nha Cave) เป็นต้นเกิดของแม่น้ำชอน (Son River) ที่สะสมน้ำจากใต้ดินไหลรวมกันมาจากข้างในถ้ำ รวมทั้งได้รับการยอมรับจาก นักตรวจถ้ำทั่วโลกว่า เป็นถ้ำลำดับต้นๆของโลก เนื่องมาจากเป็นเจ้าของสถิติถึง 4 รายการเป็นต้นว่า น้ำลอดยาวที่สุดในโลก, โถงถ้ำสูงที่สุด ยาวที่สุด รวมทั้งกว้างที่สุด

“อุทยานแห่งชาติฟองญา-แก๋บ่าง” (Phong Nha-Ke Bang National Park) เป็นอีกหนึ่งจุดมุ่งหมายด้านการท่องเที่ยวที่น่ามาเยือนมากแห่งหนึ่งของประเทศเวียดนาม เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีความสะดุดตาทางธรรมชาติแล้วก็ทางธรรีวิทยา ที่มีพัฒนาการมาตั้งแต่สมัยน้ำแข็ง (หรือราวๆ 400 ล้านปี) นั่นจึงทำให้สวนแห่งนี้มีพื้นที่แบบหินปูนที่ดั้งเดิมที่สุดในเอเซีย อุทยานแห่งชาติฟองญา-แก๋บ่าง ตั้งอยู่ในอำเภอโบ๊จัก (Bo Trach) แล้วก็อำเภอไม่ญหวา (Minh Hoa) ในเขตจังหวัดกว๋างบิ่ญ (Quang Binh) แล้วก็ติดชายแดนประเทศลาว ห่างจากกรุงฮานอยมาทางด้านใตนประมาณ 500 กิโลเมตร ข้างในเขตอุทยานมีกลุ่มหินปูนมีขนาดพื้นที่ 857.54 ตารางกิโลเมตร อุทยานนี้มีชื่อในความสวยสดงดงามของถ้ำที่มีอยู่จำนวนไม่ใช่น้อย และก็ยังเป็นสถานที่ 1 ใน 2 ของโลกที่เป็นหินปูนที่มีสายธารใต้ดินขนาดใหญ่

3.เที่ยวอ่าวฮาลอง (Ha Long Bay)
ฮาลองเบย์ หรือ อ่าวฮาลอง คือสถานที่เที่ยวสำคัญอีกแห่งในประเทศเวียดนามที่กิตติศัพท์เลื่องลือไปทั้งโลก ซึ่งนักเดินทางทุกคนไม่สมควรพลาดชม โดยที่นี่ได้รับการประกาศเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติจากองค์กรยูเนสโกเพราะมีความงดงามของธรรมชาติเยอะแยะ

ฮาทดลองเบย์ เป็นอ่าวแห่งหนึ่งในพื้นที่ของอ่าวตังเกี๋ย เมืองฮาลองตั้งอยู่ทางตอนเหนือของสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม อยู่ในพื้นที่จังหวัดกว่างนิงห์ ไม่ไกลจากกรุงฮานอยเมืองหลวง โดยห่างออกไปทางตะวันออกราว 170 กิโล และอยู่ใกล้กับประเทศจีน ฮาทดลองเบย์ มีพื้นที่ทั้งปวง 1,500 ตารางกิโลเมตร มีชายฝั่งยาว 120 กิโลเมตร มีเกาะหินปูนจำนวน 1,969 เกาะโผล่พ้นขึ้นมาจากผิวทะเล บนยอดของแต่ละเกาะมีต้นไม้ขึ้นอยู่อย่างหนาแน่น หลายเกาะมีถ้ำขนาดใหญ่ที่มีความสวยสดงดงามซุกซ่อนอยู่

สำหรับประวัติความเป็นมา ฮาลองเบย์ มีชื่อตามการออกเสียงในภาษาเวียดนามว่า Vinh Ha Long หมายถึง อ่าวมังกรผู้ดำตรง ตามตำนานประชาชนเวียดนามบอกกล่าวกันว่า ในอดีตที่ชาวเวียดนามกำลังทำศึกกับจีน เทพเจ้าได้ส่งกองทัพมังกรลงมาช่วยเหลือ ซึ่งต่อมามังกรพวกนี้ได้ดำตรงลงสู่ท้องทะเลรอบๆอ่าวฮาทดลอง ทำให้มีเพชรนิลจินดาแล้วก็หชูพุ่งกระเด็นออกมาแปลงเป็นเกาะแก่งน้อยใหญ่กระจายตัวเป็นเกราะป้องกันผู้บุกรุก และบางตำนานเอ่ยถึงสัตว์โบราณที่ชื่อว่า Tarasque ซึ่งมั่นใจว่าอาศัยอยู่ที่รอบๆก้นอ่าว

4.เที่ยวเมืองซาปา นาข้าวบนเขา (Sa Pa)
ซาปา คือเมืองที่มีสถานที่สำหรับท่องเที่ยวมากมายเป็นจำนวนมากที่มีเสน่ห์เยอะที่สุดเมืองหนึ่งของประเทศเวียดนาม ด้วยพื้นที่อันสวยสดงดงามที่กลุ้มรุมไปด้วยเทือกเขาจนได้ชื่อว่าเป็นเมืองหลังคาโลกอินโดจีน ส่วนอากาศหนาวเย็นเกือบทั้งปีทำให้ยามเช้าของตรงนี้มีไอหมอกปกคลุมสวยสดงดงาม ในแต่ละปี ซาปา จึงยั่วยวนใจนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้แวะเวียนมาเที่ยวได้ไม่น้อยเลยทีเดียว

ในส่วนของประวัติความเป็นมา ซาปา เป็นเมืองเล็กๆที่นักเดินทางฝรั่งเริ่มเดินทางมาพักตั้งแต่ยุคที่ประเทศฝรั่งเศสยังปกครองประเทศเวียดนาม โดยคนยุโรปพอใจที่นี่เพราะอากาศดีแล้วก็เงียบสงบ ถัดมาซาขว้างก็เลยเป็นที่รู้จักและเป็นที่นิยมจากนักเดินทางมากยิ่งขึ้นจนมีนักท่องเที่ยวมาเยือนหลายหมื่นคนต่อปี

5.เที่ยวหมุยแหน เทือกเขาทรายสองสี (The Sand Dunes of Mui Ne)
นักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังที่ที่นี้รับรองได้เลยว่าจะได้สัมผัสถึงบรรยากาศที่ใกล้เคียงกับทะเลทรายด้วยเหตุว่าภูเขาทรายที่หมุยแหนหรือที่คนจำนวนไม่น้อยคุ้นเคยกับสำเนียง “มุยเน่” นั้น มีขนาดใหญ่แล้วก็อยู่ชิดกับชายทะเล จึงมีแดดและก็ลมที่แรงมากมายทีเดียว ที่นี่มีเนินทรายอยู่ 2 ที่เป็นภูเขาทรายขาวและเทือกเขาทรายแดง ซึ่งเทือกเขาทรายขาวนั้นมีอีกชื่อเรียกหนึ่งว่า Bau Trang และก็มีห้องอาหารขนาดเล็กเปิดบริการสำหรับนักท่องเที่ยวด้วยสำหรับเทือกเขาทรายแดงแม้ว่าจะมีขนาดเล็กกว่า แม้กระนั้นเป็นที่นิยมมากกว่าในสายตาของตากล้อง เนื่องจากว่าสีทรายมีสีแดงเข้ม ถ่ายภาพออกมาแล้วสีสวยกว่าที่เทือกเขาทรายขาว ส่วนกิจกรรมยอดฮิตหมายถึงการเล่นบอร์ดเลื่อนบนเนินทรายสูงลงมาข้างล่างซึ่งเครื่องใช้ไม้สอยสำหรับเล่นนั้นสามารถหาเช่าได้จากร้านค้าที่ตั้งอยู่ใกล้ๆเทือกเขาทราย

ข้อมูลเพิ่มเติม : เปิดให้บริการตลอดทั้งปี แต่ช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมสำหรับเพื่อการมาเที่ยวคือ ช่วงเวลาเช้าหรือไม่ก็ตอนเวลาเย็น เพราะว่าช่วงเวลากลางวันถึงช่วงบ่ายนั้นอากาศรวมทั้งแดดจัดมากมาย
เป็นไงบ้างคะ สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวเด็ดๆโดนๆในประเทศเวียดนาม มีทั้งแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและก็ประวัติศาสตร์ เรียกได้ว่ามาเวียดนามทั้งทีได้ตรวจตราท่องเที่ยวอย่างครบรสแน่นอน ส่วนระยะทางก็ใกล้นิดเดียว รวมถึงค่ายังชีพก็ไม่แพงอีกด้วยจ้ะ

เทือกเขาทรายสองสีที่หมุยแหน นักเดินทางที่เดินทางมายังที่ที่นี้ยืนยันได้เลยว่าจะได้สัมผัสถึงบรรยากาศที่ใกล้เคียงกับทะเลทราย ด้วยเหตุว่าภูเขาทรายที่หมุยแหนหรือที่คนจำนวนไม่น้อยเคยชินกับสำเนียง “มุยเน่” นั้น มีขนาดใหญ่และอยู่ใกล้กับชายทะเล จึงมีแดดและลมที่แรงมากมายทีเดียว ที่นี่มีเนินทรายอยู่ 2 แห่งเป็นเทือกเขาทรายขาวรวมทั้งเทือกเขาทรายแดง ซึ่งเทือกเขาทรายขาวนั้นมีอีกชื่อเรียกหนึ่งว่า Bau Trang และมีห้องอาหารขนาดเล็กเปิดบริการสำหรับนักท่องเที่ยวด้วย สำหรับภูเขาทรายแดงแม้ว่าจะมีขนาดเล็กกว่า แต่ว่าได้รับความนิยมมากกว่าในสายตาของช่างภาพ เหตุเพราะสีทรายมีสีแดงเข้ม ถ่ายภาพออกมาแล้วสีงามกว่าที่ภูเขาทรายขาว ส่วนกิจกรรมยอดฮิตหมายถึงการเล่นกระดานเลื่อนบนเนินทรายสูงลงมาข้างล่าง ซึ่งวัสดุอุปกรณ์สำหรับเล่นนั้นสามารถหาเช่าได้จากร้านที่ตั้งอยู่ใกล้ๆเทือกเขาทราย

ข้อมูลเพิ่มเติม : เปิดให้บริการตลอดทั้งปี แต่ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับเพื่อการมาเที่ยวเป็นตอนเช้าหรือไม่ก็ช่วงเย็นเพราะว่าตอนกลางวันถึงตอนเวลาบ่ายนั้นอากาศและก็แดดแรงมาก
เป็นอย่างไรกันบ้างขา สำหรับสถานที่เที่ยวเด็ดๆโดนๆในประเทศเวียดนาม มีอีกทั้งสถานที่สำหรับท่องเที่ยวทางธรรมชาติแล้วก็ประวัติศาสตร์ เรียกได้ว่ามาเวียดนามทั้งทีได้สัญจรท่องเที่ยวอย่างครบรสแน่นอน ส่วนระยะทางก็ใกล้นิดเดียว รวมทั้งค่าครองชีพก็ไม่แพงอีกด้วย

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : ทัวร์เวียดนาม